Big Data กับ Mobile Application

ปัจจุบันมือถือถือว่าเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ไปซะแล้ว มือถือกลายเป็นสิ่งแรกที่เราตื่นมาด้วย และเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราใช้ก่อนนอนหลับ

และด้วยพฤติกรรมผู้ใช้งานนี้มือถือเลยกลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่จะใช้ในการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งานทุกท่าน แทนที่จะเก็บข้อมูลเฉพาะตอนที่ผู้ใช้งานเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น ด้วยความที่มือถือกลายเป็นอุปกรณ์ที่ง่ายต่อการใช้งาน ผู้คนส่วนมากเริ่มใช้มือถือเป็นช่องทางหลักในการใช้อินเตอร์เน็ต จนกลายเป็นเครื่องมือหลักในการเก็บข้อมูลของนักการตลาด จนถึงนักพัฒนาเพื่อทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน

Big Data ได้รวบรวมข้อมูลในทุกๆมิติเกี่ยวกับผู้ใช้งาน เพื่อที่จะหาบทสรุปเกี่ยวกับความสนใจผู้ใช้งานแต่ละท่าน หรือกลุ่มผู้ใช้งานแต่ละแบบ ซึ่งการทำ Data Mining นี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ยุค 70 แต่เนื่องจากมือถือได้เริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายในช่วงที่ผ่านมา โอกาสในการรวบรวมข้อมูลจึงมีมากขึ้นโดยเฉพาะเวลาการใช้งาน และการใช้เงินเลือกซื้อสินค้า และบริการ ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อบริษัทที่ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้เช่น Google ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถถูกดึงนำมาใช้ได้โดยนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อพัฒนา และปรับปรุงแอพพลิเคชั่นให้เหมาะสม

Mike Wehrs, ประธานบริษัท และ CEO บริษัท Scanbuy ที่ได้รับการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ScanLife QR code reader มากกว่า 6ล้านครั้ง ได้กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่พวกเขาต้องการจะทำคือการหาทางที่จะทำให้ผู้ใช้งานใช้เวลาอยู่กับแอพพลิเคชั่นมากขึ้น หาวิธีเพิ่มบริการ หรือสินค้าให้แอพพลิเคชั่นมากขึ้นโดยที่ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ด้วย และคำตอบสำหรับการค้นหาครั้งนี้คือ Big Data” 

คุณรู้หรือไม่ว่าผู้ใช้งานของคุณอยู่ที่ไหน?

เมื่อประมาณ 10ปีที่ผ่าน มือถือทุกเครื่องมีการติดตั้งระบบติดตามตำแหน่ง เช่น GPS เพื่อช่วยผู้ใช้ในยามคับขัน การติดตั้งระบบนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการเก็บข้อมูลเป็นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการเก็บข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ Andrew Purtell, principal architect ของ Intel. ได้กล่าวไว้ว่า “ข้อแตกต่างระหว่างมือถือ กับคอมพิวเตอร์คือ คอมพิวเตอร์มันอยู่กับที่ ในขณะที่ laptops ส่วนมากก็ไม่มี GPS ในตัว แต่กับมือถือข้อมูลที่เราได้มานั้นมาพร้อมกับข้อมูลสถานที่ตำแหน่งการใช้งาน สถานที่ตำแหน่งกลายเป็นจุดสำคัญในการใช้งาน กลายเป็นช่องทางใหม่ทางธุรกิจ อย่างเช่น Twitter หรือ Foursquare ที่มีการใช้สถานที่ในการบ่งบอกว่าผู้ใช้งานอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นเหมือนการโฆษณาถึงสถานที่ บริการ และ ผลิตภัณฑ์ไปในตัวด้วย”

ตัวอย่างที่เห็นกันได้อย่างชัดเจนคือโฆษณาบนมือถือ และคูปองอิเล็กโทรนิกส์ (e-Coupons) ให้แก่ผู้ใช้งานมือถือโดยใช้ข้อมูลสถานที่เพียงอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับแต่ละแอพพลิเคชั่นว่านักพัฒนา นักโฆษณา นักการตลาด และอื่นๆจะต้องการที่จะสื่อสารกับผู้ใช้งานในรูปแบบไหน 

“ผู้คนจำนวนมากเริ่มใช้ชีวิตตัวเองใน Virtual World หรือโลกสมมติในมือถือตัวเอง ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามที่เราใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน เหมือนกับเกมหลายๆเกมที่ได้นำโลกในชีวิตจริงมาดัดแปลงเป็นโลกสมมติอยู่ในมือถือ เช่น Niantic Project ที่นำโลกสมมติ และโลกแห่งความเป็นจริงมาผสมผสานรวมกัน”

“ร้านค้าสามารถเสนอโปรโมชั่นต่างๆให้แก่ลูกค้าที่เหมาะสมตามตำแหน่งที่ผู้ใช้งานอยู่ เป็นการนำเสนอโฆษณาในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และการนำเสนอในแบบนี้อาจทำให้เราเห็นการนำเสนอในรูปแบบต่างๆมากขึ้นในอนาคต”

นำเสนอให้เหมาะสม อย่าให้น่ารำคาญ

การใช้ข้อมูลที่ใหญ่มากจากระบบตำแหน่งเปรียบเสมือนโอกาส และอุปสรรคต่อนักพัฒนา และบุคคลที่เกี่ยวข้อง Big Data เปรียบเสมือนโอกาสให้นักพัฒนาโปรโมตสินค้า หรือบริการต่างๆไปยังผู้ใช้งาน ในขณะที่ผู้ใช้งานอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์สูงสุด

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้งานที่มักจะมีการใช้งานเกี่ยวข้องกับกาแฟเหมาะสมที่จะเป็นตัวเลือกสำหรับคูปองอิเล็กโทรนิกส์เมื่ออยู่ในใกล้กับคาเฟ่ แต่อุปสรรคสำคัญของการนำเสนอในรูปแบบนี้คือ หากผู้ใช้ไม่ต้องการใช้บริการ หรือสินค้าเหล่านี้ในขณะนั้น โปรโมชั่นเหล่านั้นจะกลายเปรียบเสมือนโปรโมชั่นขยะไปในทันที และหากโปรโมชั่นขยะเหล่านี้มาบ่อยเข้า ความเป็นไปได้ที่ผู้ใช้งานอาจจะปิดระบบการใช้งานนี้ หรือลบแอพพลิเคชั่นออกจากมือถือก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนโอกาสในการนำเสนอโฆษณาต่างๆ และการสร้างกำไรสู่บริษัทก็จะลดลงทันที

สิ่งหนึ่งที่นักพัฒนาสามารถทำได้คือให้สิทธิการตัดสินใจต่อผู้ใช้งานว่าต้องการรับโปรโมชั่น หรือโฆษณาจากแอพพลิเคชั่นหรือไม่ บางทีเลือกที่จะใช้ QR code หรือ NFC วางไว้ที่ร้านค้า Wehr ได้กล่าวไว้ว่า “เราได้ทำการเสนอออกไปแล้ว หากผู้ใช้เลือกที่จะรับข้อเสนอ ก็เป็นเรื่องดีต่อทั้งสองผ่าย วิธีการนี้ช่วยให้เราสามารถใช้วิธีการที่ไม่รุกหนักเกินไปในความรู้สึกของผู้ใช้งาน”

Wehr ยังได้กล่าวเอาไว้อีกว่า “ข้อดีของการมี Big Data ผู้ใช้งานจะไม่รู้สึกเหมือนว่าได้รับโปรโมชั่นขยะอีกต่อไป เนื่องจากโปรโมชั่นที่ไม่จำเกี่ยวข้องกับความสนใจของเราจะไม่มีวันถูกแสดงขึ้นมาได้ เพราะระบบที่ถูกสร้างออกมา”

ถึงแม้ว่ากระบวนการ Data Mining ในคอมพิวเตอร์จะมีมานานแล้ว แต่ Big Data ในมือถือกลายเป็นอีกเรื่องเนื่องจาก มือถืออยู่ติดต่อเรามากกว่าคอมพิวเตอร์ ข้อมูลที่ได้รับจึงมีประโยชน์มากกว่า มีผลกระทบกับ Big Data มากกว่า ข้อมูลที่ว่าทั้งหมดเหล่านั้นเมื่อถูกส่งมายังนักพัฒนา และผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วจะมีการส่งบริการ ข้อมูล หรือโฆษณาที่เหมาะสมกลับไปยังผู้ใช้งาน

Credit เนื้อหา

Credit รูป